
โรงเรียนบ้านทะเลนอกเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดระยอง ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ห่างจากทะเลอันดามันราว 200 เมตร
ครั้งหนึ่งโรงเรียนเคยได้รับผลกระทบจากภัยซึนามิ เมื่อปี 2547
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ขณะที่เด็กๆ กำลังเตรียมงานแสดงเพื่อเฉลิมฉลองในกิจกรรมต้อนรับวันปีใหม่ สิ่งที่น่าเศร้าที่สุกก็คือโรงเรียนสูญเสียคุณครู 1 คน และนักเรียนอีก 6 คนจากภัยธรรมชาติดังกล่าว
อย่างไรก็ตามปัจจุบันโรงเรียนได้รับการดูแลและปลอดภัยแล้ว
โรงเรียนบ้านทะเลนอกมีคุณครู 3 คน และนักเรียนทั้งหมด 37 คน อายุตั้งแต่ 5-12 ปี เด็กที่อายุน้อยที่สุดเรียนอยู่ในระดับชั้นอนุบาล และเด็กที่อายุมากที่สุดเรียนอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำหรับเด็กที่เรียนอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีเพียงคนเดียวเท่านั้น

ซากปรักหักพังของโรงเรียนบ้านทะเลนอก ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ห่างจากทะเลเพียง 200 เมตร ภายหลังเหตุการณ์ภัยพิบัติซึนามิ
องค์การช่วยเหลือเด็กแห่งสวีเดนทำงานร่วมกับพันธมิตร ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา เพื่อเข้าช่วยเหลือโรงเรียน 25 แห่งที่ตั้งอยู่ในเขตที่ได้รับผลประทบจากภัยซึนามิ การทำงานของเรารวมถึงการสร้างความรู้และทักษะแก่เด็กๆ ผ่านการจัดกิจกรรม เริ่มตั้งแต่การให้ความรู้เกี่ยวกับประเภทของภัยพิบัติ เพื่อให้เด็กๆ เข้าใจและรู้จักการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่อาจเกิดขึ้นทั้งในโรงเรียนและชุมชนของตนเอง

นักเรียนโรงเรียนบ้านทะเลนอก จังหวัดระนอง ตรวจเช็คแผนที่ความเสี่ยงและทรัพยากรของชุมชนที่ทำขึ้นเอง ตัวแผนที่แสดงบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยงและจุดปลอดภัยเพื่อให้คนในชุมชนใช้เป็นข้อมูลเมื่อมีเหตุภัยพิบัติ เรื่องและภาพ โดย Jack Picone
เด็กๆ คิดอย่างไรกับโครงการ
เมื่อถามบรรดาเด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการมาเป็นระยะเวลาว่าสองปี อย่าง นู๋ต้า มานะ อาช่า และซีท ว่ารู้สึกอย่างไรกับโครงการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่จัดขึ้น และพวกเขาได้เรียนรู้หรือได้ประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างไร
เด็กๆ ตอบว่า:
นู๋ต้า อายุ 12 ปี อธิบายว่า “พวกเราสนุกมาก ฉันเองก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หลายอย่าง กิจกรรมนี้มีประโยชน์เพราะคนในชุมชนรวมถึงคุณครูจะได้รู้วิธีการจัดการ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ส่วนฉันเองก็มีโอกาสได้ทำหนังสือ วาดแผนที่ความเสี่ยงและทรัพยากรของชุมชน และทำแผ่นพับ ฉันหวังว่าวันหนึงพี่ๆจะเอาหนังสือไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ”
มานะ อายุ 11 ปี บอกว่า “ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเอง เพราะผมมีส่วนช่วยวาดแผนที่ความเสี่ยงและทรัพยากรของชุมชน ซึ่งแผนที่นี้จะใช้เป็นประโยชน์สำหรับคนในชุมชนต่อไป”
อาชา อายุ 12 ปี เล่าว่า “ฉันรู้สึกภูมิใจในตัวเอง และไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฉันจะทำแผนที่ความเสี่ยงและทรัพยากรของชุมชนได้สำเร็จ” อาชายังเสริมอีกว่า ‘กิจกรรมพลังเด็กและเยาวชนลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ’ สอนให้พวกเขารู้วิธีจักการรับมือกับเหตุการณ์อันตรายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ต้องตื่นตระหนก
ซีท อายุ 11 ปี บอกว่า “พวกเราได้รู้วิธีการรับมือกับภัยธรรมชาติ และการหาทางออกได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงที”
สุภาวดี นาวิเชียร คุณครูใหญ่ของโรงเรียน เชื่อว่าตอนนี้เด็กๆ เข้าใจวิธีการเตรียมตัว และพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้แล้ว อย่างไรก็ตาม คุณครูใหญ่เสริมว่า เด็กๆ อาจต้องฝึกฝนทักษะอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
การพัฒนาต่อยอดอย่างยั่งยืน
องค์การช่วยเหลือเด็กแห่งสวีเดนทำงานร่วมกับกลุ่มระบัดใบ คุณครูใหญ่สุภาวดี นาวิเชียร และ คุณครูโรงเรียนบ้านทะเลนอก ผลักดันให้กิจกรรมพลังเด็กและเยาวชนลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ บรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน โดยหลักสูตรนี้ออกแบบเพื่อใช้สอนนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 วัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กๆ รู้จักวีธีการนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
“กิจกรรม ‘พลังเด็กและเยาวชนลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ’ ขณะนี้ถือเป็นวิชาเสริม แต่ยังไม่ได้บรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการ เพราะสิ่งที่ต้องทำต่อยอด คือการปรับโครงสร้างหลักสูตรและค่อยๆ พัฒนาต่อไป” คุณครูใหญ่สุภาวดีเล่า
คุณครูใหญ่สุภาวดีชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างหลักสูตรการเรียน ต้องนำไปปรับใช้เฉพาะตามวัตถุประสงค์และความต้องการของแต่ละโรงเรียน นอกจากนี้ตัวหลักสูตรยังสามารถนำไปประกอบกับการสอนในรายวิชาที่มีสอนอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น วิชาภูมิศาสตร์ วิชาสังคมวิทยา วิชาคณิตศาสตร์และวิชาภาษาไทย ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ได้อย่างง่ายและเข้าใจมากยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับการให้กิจกรรมพลังเด็กและเยาวชนลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ บรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน เด็กหญิงตี้หวา อายุ 11 ปี ตอบว่า “อยากให้ใส่ไว้ในหลักสูตร เพราะหนูจะจบป.6 แล้ว หนูก็เลยอยากให้น้องๆ ได้เข้าใจเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับภัยธรรมชาติ”

เด็กๆ กำลังเล่นสันทนาการก่อนกิจกรรม ‘พลังเด็กและเยาวชนลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ’ ณ โรงเรียนบ้านทะเลนอก จังหวัดระยอง ภาพและเรื่อง โดย Jack Picone
การสร้างเครือข่ายในโรงเรียนต่างๆ
ตี้หวาเล่าว่า ‘กิจกรรมพลังเด็กและเยาวชนลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ’ เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องสอนแก่เด็กทุกคน
องค์การช่วยเหลือเด็กแห่งสวีเดนสร้างกลุ่มความร่วมมือซึ่งประกอบไปด้วยกรมวิชาการ สังกัด กระทรวงศึกษาธิการ องค์การพันธมิตรอื่นๆ Plan และ Action Aids จัดการอบรมคุณครูและผู้บริหารของโรงเรียน เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ซึ่งนำหลักคิดมาจากกิจกรรมขององค์การช่วยเหลือเด็กแห่งสวีเดนที่เคยจัดมาแล้วในแถบจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากซึนามิ
หลักสูตรนี้ได้รับการปรับปรุงแล้วเสร็จในเดือนมกราคม และถูกนำมาใช้ในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากซึนามิในเดือนถัดมา
บรรดาคุณครูของโรงเรียนเองก็ได้ร่วมปรึกษา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงวิธีการรวมหลักสูตรให้พร้อมเพื่อใช้ในปีการศึกษาต่อๆ ไป นอกจากนี้หลักสูตรจะถูกเสนอให้นำมาใช้กับโรงเรียนอื่นๆ ตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศผ่านการดูแลและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
พัชรินทร์ ไวแล้ง หรือปลา เจ้าหน้าที่กลุ่มระบัดใบและวิทยากรที่ทำหน้าที่อบรมนักเรียนกว่าหนึ่งร้อยคนใน 6 โรงเรียน บอกว่า “โครงการพลังเด็กและเยาวชนลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติเป็นโครงการที่ไม่เหมือนใคร เพราะโครงการนี้มีเด็กเป็นผู้นำ ทั้งๆ ที่โดยปกติแล้ว ขั้นตอนการทำงานหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับโรงเรียนส่วนใหญ่มักเริ่มจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง เริ่มสั่งการและ นำมาปฏิบัติใช้ แต่โครงการนี้ริเริ่มจากส่วนล่าง (ในระดับโรงเรียน) สู่ฝ่ายบริหาร (กระทรวงศึกษาธิการ)”